ม.อุบลรับนักเรียนดีมีคุณธรรม

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาโควตาส่งเสริมผู้มีคุณธรรม จริยธรรม บำเพ็ญประโยชน์ช่วยเหลือสังคม ประจำปีการศึกษา 2556 ตามความร่วมมือกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในพื้นที่บริการ 10 จังหวัด

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาโควตาส่งเสริมผู้มีคุณธรรม จริยธรรม บำเพ็ญประโยชน์ช่วยเหลือสังคม ประจำปีการศึกษา 2556 ตามความร่วมมือกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในพื้นที่บริการ 10 จังหวัด

จำนวน 267 คน

– รับสมัครระหว่างวันที่ 2 – 7 พฤศจิกายน พ.ศ.2555 ผ่านระบบ www.entry.ubu.ac.th (ภายหลังที่นักเรียนผู้สมัครผ่านการคัดกรองจากสถานศึกษาแล้ว)

– สนใจติดต่อที่สถานศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่สถานศึกษาสังกัด ทั้ง 7 แห่ง ในพื้นที่บริการ 10 จังหวัด

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โควตาส่งเสริมผู้มีคุณธรรม จริยธรรม บำเพ็ญประโยชน์ช่วยเหลือสังคม
แบบฟอร์มหนังสือของสถานศึกษานำส่งข้อมูลนักเรียนที่จะเข้าร่วมโครงการให้กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
แบบฟอร์มหนังสือของสำนักงานเขตพื้นที่นำส่งข้อมูลนักเรียนที่จะเข้าร่วมโครงการให้กับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
แบบฟอร์มประเมินคุณลักษณะของนักเรียนที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการ
แบบฟอร์มเสนอรายชื่อผู้ผ่านการคัดกรองเข้าร่วมโครงการ (ใช้สำหรับสถานศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา)

โฆษณา

กิจกรรมดำนาด้วยกล้าต้นเดียว

เทคนิคการปลูกข้าวต้นเดียว

กิจกรรมเพื่อสังคม >>>>> ภาพกิจกรรม
การดำนาด้วยกล้าต้นเดียวได้รับความรู้จากปราชญ์พื้นบ้านด้านพันธุ์ข้าวจากพ่อแดง หาทวี และ อ.ประวัติ ไชยกาลได้มาให้ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการเพิ่มผลผลิตข้าว
ข้าวต้นเดียว มีชื่อเรียกเป็นทางการว่า “ระบบการปลูกข้าวแบบเข้มข้น” หรือ System of Rice Intensification – SRI เป็นวิธีการจากมาดากัสการ์ ศรีลังกา กัมพูชา สู่การทดลองครั้งสำคัญบนผืนนาไทย การปักเดี่ยว ซึ่งประหยัดเมล็ดพันธุ์ ช่วยให้ต้นข้าวแสดงศักยภาพเต็มที่ใน การแตกกอและออกรวง
ปัจจุบันวิธีการของ SRI กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากนักวิทยาศาสตร์และเกษตรกรเอง แต่เหตุที่ยังมีชาวนาลงมือทำกันน้อยอยู่นั้น ผู้เชี่ยวชาญด้าน SRI วิเคราะห์ว่าเป็นเพราะเทคนิคนี้ “ฟังดูดีเกินกว่าที่จะเป็นจริงได้”
คู่มือการปลูกข้าว SRI ฉบับภาษาไทย ซึ่งจัดทำขึ้นโดยทีมงานส่งเสริมเกษตรสถาบันแมคเคน (เชียงใหม่) เมื่อเดือนตุลาคม 2544 แนะนำการปลูกข้าวแบบนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า
“SRI เริ่มจากหลักปรัชญาที่ว่า ต้นข้าวต้องได้รับความเคารพและจุนเจือประหนึ่งสิ่งมีชีวิตที่มีศักยภาพ ซึ่งศักยภาพนี้จะเปล่งออกมาก็ต่อเมื่อเราอำนวยสภาวะที่ดีที่สุดที่เอื้อต่อการเติบโตของพืช หากเราช่วยให้พืชเจริญเติบโตด้วยหนทางใหม่ที่ดีกว่า พืชก็จะตอบแทนความพยายามนั้นกลับคืนเป็นหลายเท่า เราจะไม่ปฏิบัติต่อพืชเยี่ยงเครื่องจักรน้อยๆ ที่ถูกบังคับให้ทำสิ่งที่ฝืนธรรมชาติของตนเอง วิธีการทำนาที่เกษตรกรทั่วโลกปฏิบัติกันมานับร้อยๆ ปีได้ทำให้ศักยภาพตามธรรมชาติของต้นข้าวลดลง วิธี SRI นี้เป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีปฏิบัติเดิมๆ เพื่อนำศักยภาพสำคัญในต้นข้าวออกมาใช้เพิ่มผล”
เพื่อให้ต้นข้าวแสดงศักยภาพในการออกรวงได้เต็มที่ รุ่งโรจน์เริ่มต้นด้วยการเตรียมดินด้วยการใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักเช่นเดียวกับการปลูกข้าวอินทรีย์ จากนั้นสูบน้ำเข้านาพอให้ดินเป็นโคลน จากนั้นก็ไถแปรแล้วคราดให้เรียบเสมอกันทั้งแปลง เช้าวันรุ่งขึ้นจึงนำต้นกล้าอายุ 8 วันที่เตรียมเอาไว้มาปักดำทีละต้น โดยปลูกห่างกันที่ระยะ 40X40 ซม.
“ต้นกล้าอายุ 8 วัน เป็นช่วงที่มีพลังมากมายเหมือนกับวัยเด็ก ต้นกล้าที่อายุเยอะจะไม่ค่อยแตกกอ เวลาย้ายต้นกล้ามาลงแปลงต้องแซะอย่างประณีต และต้องให้มีดินติดรากมาด้วย เมื่อแซะมาแล้วต้องปลูกให้หมดภายใน 20 นาที เพราะว่าถ้าทิ้งไว้นานกว่านี้กล้าจะเหี่ยวเฉาและอารมณ์ไม่ดี ปักดำทีละต้น โดยรากต้องอยู่ลึกไม่เกิน 1 ซม. และจัดเรียงรากให้แผ่ไปตามแนวนอนในทิศทางเดียวกันการปักต้นกล้าทีละต้นนี่เองที่เป็นหัวใจของ SRI แถมยังเป็นที่มาของชื่อ ข้าวต้นเดียว หรือ ‘ปักเดี่ยว’
อองรี เดอ โลลานี ชาวฝรั่งเศสที่พัฒนาวิธีการ SRI ขึ้นระหว่างที่เขาทำงานร่วมกับชาวนาในมาดากัสการ ์ระหว่างปี 2504-2538 FREE 2504-2538 บอกว่า การปักต้นกล้าทีละหลายต้นอย่างที่ชาวนาทั่วโลก ปฏิบัติกันอยู่ทุกวันนี้จะทำให้ต้นข้าวแย่งอาหาร และแสงแดดกัน ทำให้เติบโตได้ไม่เต็มที่และออกรวงน้อย ดังนั้นแม้ว่าวิธีการปลูกข้าวแบบเดิมนี้ จะช่วยเลี้ยงประชาชนนับพันล้านคนมานานนับศตวรรษ แต่เกษตรกรจำเป็นต้องไตร่ตรองถึงการปลูกข้าวด้วยวิธีใหม่ที่ต่างออกไป เพื่อให้ได้ผลผลิตจำนวนมากขึ้น โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มและไม่ทำลายดิน น้ำ อากาศเหมือนกับการใช้สารเคมีเร่งผลผลิต

ความแตกต่างระหว่างการปลูกข้าว SRI กับการปลูกข้าวทั่วไป
ปกติเราใช้ต้นกล้าอายุ 30-40 วัน พอถอนกล้ามาแล้วก็ไม่ต้องรีบปลูกให้เสร็จภายในครึ่งชั่วโมง บางทีแช่น้ำไว้จนเกือบเน่าแล้วค่อยปักดำ เวลาย้ายกล้าไม่ต้องระมัดระวังขนาดนี้ ถ้ามีดินติดรากมา เราก็เอาต้นกล้าฟาดกับหน้าแข้งเพื่อให้ดินหลุด ซึ่งการปลูกแบบ SRI ห้ามเด็ดขาด เวลาปลูกก็ปักกล้าลงไปตรงๆ ทีละหลายๆ ต้น ไม่ต้องวัดระยะห่าง ไม่ต้องจัดเรียงรากให้เป็นแนว
ตามคู่มือการปลูกแบบ SRI คำอธิบายสำหรับขั้นตอนอันละเอียดอ่อนเหล่านี้มีว่า ต้นกล้าอ่อนๆ เป็นสิ่งมีชีวิตที่บอบบางมาก หากได้รับการสัมผัสเบาๆ การเติบโตจะไม่ชะงักและใบไม่เหลือง การฟาดต้นกล้าเพื่อให้ดินหลุดก็เหมือนกับการฟาดหัวเด็กนั่นเอง การจัดตำแหน่งรากให้อยู่ในแนวนอนจะทำให้ปลายรากชอนไชลงดินได้ง่ายและเป็นการประหยัดพลังงานของข้าวทำให้ข้าวตั้งตัวได้เร็ว, การปลูกกล้าให้เสร็จภายใน 15-30 นาทีหลังจากถอนต้นกล้ามาก็เพื่อช่วยลดความเครียดให้กับต้นข้าว, ส่วนการปักต้นกล้าให้ห่างกัน 40×40 ซม. จะทำให้ง่ายต่อการกำจัดวัชพืชและทำให้ข้าวแตกกอได้ใหญ่กว่า
การจัดการน้ำและ วัชพืช
ปกติชาวนาจะปล่อยน้ำให้ขังในนาช่วงที่ข้าวกำลังเจริญเติบโตเพื่อป้องกันวัชพืช แต่ระบบการปลูกข้าวต้นเดียวแนะนำให้ปล่อยให้นาแห้งเป็นช่วงๆ เพื่อให้ต้นข้าวได้รับออกซิเจนมากขึ้นและได้รับแสงแดดอย่างเพียงพอ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการเพิ่มผลผลิต แต่การปล่อยให้นาแห้งนั้นจะทำให้มีวัชพืชมาก ดังนั้นจะต้องขยันถอนวัชพืช ซึ่งหมายความว่าจะต้องพร้อมที่จะเสียแรงงานมากขึ้นและใช้เวลาอยู่ในนาข้าวมากขึ้นกว่าเดิม
การปลูกแบบปักเดี่ยวนี่ ถ้าใส่น้ำเยอะข้าวก็ไม่แตกกอ แต่ถ้าปล่อยให้ดินแห้งหญ้ามันก็ขึ้นรกอีก
การปลูกข้าวแบบอินทรีย์ก็นับว่าเป็นเรื่องแปลกสำหรับเกษตรกรส่วนใหญ่ที่เคยชินกับการหว่านปุ๋ย-พ่นยาในนาข้าว แต่ SRI หรือที่บางคนเรียกว่า “การปลูกข้าวแบบมาลากาซี” จะแปลกยิ่งกว่า เพราะการปักดำต้นกล้าทีละต้นและการปล่อยที่นาให้แห้งตามกระบวนการของ SRI นั้นเป็นเรื่องที่ขัดความรู้สึก-ฝืนความเคยชินของชาวนา
ผลการทดลองของชาวนาทั้งสอง
แปลงที่1 : ปลูกข้าวแบบ SRI ในพื้นที่ 2 ไร่ ปักต้นกล้าประมาณ 500 ต้น ได้ผลผลิตเฉลี่ย 720 กิโลกรัมต่อไร่ โดยต้นกล้า 1 ต้นแตกกอได้ถึง 40 ต้น ข้าวหนึ่งรวงมีเมล็ดข้าวประมาณ 230 เมล็ด (ข้าวที่ใช้ปุ๋ยเคมีจะมี 170-180 เมล็ดต่อหนึ่งรวง)
แปลงที่ 2 : ปลูกข้าวแบบ SRI ในพื้นที่ 1 งาน ปักต้นกล้าไปประมาณ 100 กว่าต้น ได้ผลผลิต 160 กิโลกรัม (4 กระสอบ) ต้นกล้า 1 ต้น แตกกอได้มากที่สุดถึง 44 ต้น (ข้าวอินทรีย์ทั่วไปจะแตกกอได้ 5-10 ต้นเท่านั้น)

ต้นข้าวที่ปลูกแบบ SRI ของทั้งสองคนเจริญเติบโตเร็วกว่าข้าวทั่วไป คือ ตั้งต้นได้ภายใน 3 วันหลังจากปักดำ นอกจากนี้ยังแตกเป็นกอใหญ่ ออกรวงเยอะ ลำต้นใหญ่ แข็งแรง บางต้นสูงกว่า 2 เมตร รากแผ่ขยายเป็นวงกว้างทำให้สามารถหาอาหารมาเลี้ยงลำต้นได้มากกว่า
คู่มือเพิ่มผลผลิตข้าวด้วยเทคนิค SRI >>>>>>>>>> ดาวน์โหลด
ขอบคุณข้อมูลhttp://farmthai.blogspot.com/2012/01/sri.html

ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีสร้างอาคารเรียน


ขอเชิญร่วมทอดผ้าป่า กับ ดร.โอฬาร ไชยประวัติ ดร.ศิริ การเจริญดี และคุณสุเจนต์ ศรีสุข เป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสร้างอาคารเรียนโรงเรียนศรีแสงธรรม ในวันที่ 23 ต.ค.55 ณ วัดป่าศรีแสงธรรม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานีี และรับฟังโอวาทธรรมจาก หลวงพ่อพระอาจารย์ทองอินทร์ กตปุญโญ เจ้าอาวาสวัดเจดีย์ชัยมงคล (ผาน้ำย้อย) อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

ท่านสามารถติดตามความคืบหน้าในการก่อสร้างอาคารเรียนได้ที่
ภาพการก่อสร้าง >>>>>>>>>>>> ชมภาพ

ผู้ร่วมบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของเงินบริจาค หรือสามารถบริจาคผ่านบัญชี “โรงเรียนศรีแสงธรรม” ธ.กรุงไทย สาขาย่อยเทสโก้โลตัสพิบูลมังสาหาร เลขที่บัญชี 862 006 4355 หรือ ธนาคารกรุงเทพ สาขาย่อยเทสโก้โลตัสพิบูลมังสาหาร เลขที่บัญชี 786-006-3333 แจ้งหลักฐานการโอนเงินเพื่อจะนำไปลดหย่อนภาษีได้ที่ sisaengtham@hotmail.com เพื่อทางโรงเรียนจะออกไปเสร็จรับเงินได้ถูกต้อง

รายชื่อผู้ร่วมบริจาคผ้าป่าการศึกษาสร้างอาคารเรียน
1.นางสาวธีราพร ขยันการ>>>>>>>>>>>>>>>>>>> 1,999 บ.

วิจัยในชั้นเรียนภาษาไทยม.4 ปี54


รายงานการวิจัยในชั้นเรียนเล่มนี้ เป็นรายงานการวิจัยเกี่ยวกับ ทักษะการอ่านภาษาไทย ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่งที่นักเรียนจำเป็นต้องอ่านให้ถูกต้อง และชัดเจน เพื่อพัฒนา ผู้เรียนที่ มีปัญหาด้านการอ่านออกเสียงคำที่มี ร ล ว ควบกล้ำอ่านออกเสียงไม่ถูกต้อง และไม่ชัดเจน
ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาการพัฒนาการอ่านออกเสียงควบกล้ำ โดยใช้แบบฝึกการอ่านที่มีตัว
ร ล ว ควบกล้ำของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 อันจะเป็นประโยชน์ในการนำผลที่พบจากรายงานการวิจัยไปใช้ในการวางแผนหาแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ส่งเสริมพัฒนาการในการเรียนของนักเรียนที่เหมาะสมต่อไป

https://skydrive.live.com/#!/view.aspx?cid=D7C7F43FA7A04558&resid=D7C7F43FA7A04558%21118&app=Word