รถเข็นสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์

1656059_704455366337864_3552943988980345166_n

ชนะเลิศเหรียญทองอันดับหนึ่ง สพม.28

การประยุกต์โซล่าเซลล์ใช้งานอย่างง่าย คือใช้แผ่น 285 W. 36 V. มาใช้สูบน้ำด้วยไดโว่ 24 V. โดยไม่ต้องผ่านแบตเตอรี่ เมื่อมีแสงแดดไดโว่ก็จะทำงานทันที ทำให้ประหยัดค่าแบตเตอรี่ไปได้ และยังสามารถเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ต่างๆด้วยรถเข็ญไฟ ส่วนการปรับมุมรับแสงก็หันรถเข็ญไปตามตะวันหรืจะตั้งตรง วางเอียงได้หมดเป็นการนำสิ่งของง่ายๆมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

997082_700572326726168_957658436235911420_n

แบตเตอรี่ 12 V. 120 A/H.(ไม่ใช้ก็สูบน้ำได้)

หากจะนำมาใช้สอยประโยชน์อย่างอื่นจากรถเข็นก็สามารถเพิ่มแบตเตอรี่ 12 V.มาอนุกรมกันให้ได้ 24 V. เพื่อรองรับการชาร์จประจุไฟฟ้าไว้แล้วนำไปใช้อย่างอื่นเช่น แสงสว่าง พัดลม หรือแปลงเป็นไฟกระแสสลับเพื่อใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างอื่นได้

10395820_718453374938063_4708551614277878016_n

จอดหน้าบ้านดินอย่างเท่ๆ

10600640_682774295172638_1333873691981694871_n

ไม่มีอะไรรดก็สูบน้ำให้ปลาดุกมาว่ายน้ำเล่น

รถเข็นสูบน้ำที่ชนะเลิศเหรียญทองอันดับหนึ่งของสพม.28 ปีการศึกษา 2557 ได้ถูกออกแบบเพื่อให้ใช้ในพื้นที่ไม่มีไฟฟ้าเข้าถึง และสามารถเคลื่อนย้ายไปมาได้สะดวกจะทำให้รักษาง่ายไม่สูญหาย

1979861_700572386726162_8744222757603355297_n

กิจกรรมชมรมพลังงานทดแทนของเรา

1234614_700572373392830_7076860510107859004_n

ไดโว่ DC 24 V.

10628360_702687903181277_4406598541728805135_n

คัทเอาท์เลือกใช้ไฟจากแบตหรือไฟจากแผ่นโดยตรง

10653722_702687899847944_662700844872296897_n

ลองมาแล้ว

การต่อก็ไม่ยุ่งยากสามารถต่อแผ่นโซล่าเซลล์เข้ากับไดโว่ได้ทันทีไม่ต้องผ่านแบตเตอรี่ แต่ชุดนี้ต้องการให้มีการใช้งานหลากหลายจึงได้นำแบตเตอรี่มาต่อเข้า จากการทดสอบสูบน้ำที่ระดับความสูงต่างกันพบว่าไม่มีแบตเตอรี่จะสูบน้ำได้ดีกว่า แต่ข้อเสียคือไฟไม่สม่ำเสมอหากเมฆบังแสงก็จะทำให้กำลังไฟตกลง แล้วแต่ผู้ใช้สะดวกหรือตามงบประมาณ

10649499_702179493232118_4210125876836602325_n

ที่ระดับความสูง 5 เมตร

10450538_701162286667172_3574917540479620032_n

ระดับ 1 เมตร

ที่ความสูงระดับห้าเมตรสูบน้ำร้อยลิตรใช้เวลา 50 วินาที

โดรงงานของนักเรียนชิ้นนี้ได้มีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี คณะเกษตรศาสตร์ติดต่อขอซื้อจำนวน 4 ชุด และผู้สนใจอื่นๆสั่งซื้อเพื่อนำไปใช้งานซึ่งทางชมรมพลังงานทดแทนศรีแสงธรรมได้ทำส่งไปขายให้

พิษการดื่มน้ำเย็น

10373657_715393398577394_2942449522820250873_n

พิษจากดื่มน้ำเย็น จะปวดหลัง ปวดข้อเข่า ไตอ่อนแอ

ใครจะไปเชื่อว่า..การดื่มน้ำเย็นจะมีพิษมีภัย
และให้โทษได้ถึงขนาดนี้

หมอได้พบผู้ป่วยที่มีอาการแขนขาอ่อนแรง หรือ ที่เรียกกันว่าโรคอัมพฤกษ์ ซึ่งสืบค้นต้นตอไปๆมาๆ ก็พบว่า สาเหตุมาจากพฤติกรรมการดื่มน้ำเย็น หรือ น้ำแข็งเป็นประจำนั่นเอง ผู้ป่วยเล่าให้ฟังว่า ไม่กินผักมาตั้งแต่เล็กๆ รับประทานแต่เนื้อสัตว์ ที่สำคัญคือชอบดื่มน้ำเย็นเป็นประจำมาตั้งแต่เด็ก และต้องเป็นน้ำเย็นจากตู้เย็นเท่านั้น

ก่อนที่จะมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงนั้น ร่างกายผู้ป่วยได้ส่งสัญญาณเตือนมาหลายครั้ง เช่น มึนเวียนศีรษะง่าย เห็นเหมือนแสงไฟแวบๆขณะกระพริบตา การพูดเริ่มติดๆขัดๆ สุดท้ายเกิดอาการวูบกะทันหัน ต้องนำส่งโรงพยาบาล เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งผู้ป่วยก็ไม่สามารถขยับร่างกายซีกซ้ายได้แล้ว นี่คืออาการของโรคเส้นเลือดตีบที่สมองในวัยเพียง
40 ปี ที่ชอบทานแต่น้ำเย็นมาตลอดเวลา

การดื่มน้ำเย็น สำหรับคนไทยนั้น ทำให้ ไต ต้องรับกำจัดความเย็นออกจากร่างกายอย่างรวดเร็ว ขับน้ำเย็นมากักเก็บไว้ที่กระเพาะปัสสาวะ เตรียมขับออกเป็นน้ำปัสสาวะ ทำให้ผู้ที่ชอบทานน้ำเย็นก็ยิ่งขาดน้ำจนเลือดข้นหนืดไปหมด ประกอบกับหลอดเลือดที่เริ่มแข็งกระด้างไม่ยืดหยุ่น
ทำให้มีคราบไขมัน และของเสียไปยึดเกาะตามผนังหลอดเลือดจนเกิดการพอกพูนกลายเป็นโรคหลอดเลือดตีบ ก็เพราะน้ำเย็นที่ชอบทานเป็นประจำนั่นเอง

ไตของเราเปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำอันน่าอัศจรรย์ ทำหน้าที่ช่วยกรองของเสียออกจากเลือด แล้วขับออกทางปัสสาวะ การทำหน้าที่ตลอด 24 ชม. ไม่มีวันหยุดของไตนั้น ถ้าเราไปซ้ำเติมด้วยการรับประทานสิ่งที่เป็นพิษต่อร่างกายรวมทั้งน้ำเย็นด้วย ก็จะทำให้เกิดภาวะไตอ่อนแอ
และจะส่งสัญญาณร้องให้เราทราบดังนี้

1.ปัสสาวะบ่อยขึ้น อั้นปัสสาวะไม่ได้นาน ดื่มน้ำเข้าไปแล้วต้องวิ่งเข้าห้องน้ำบ่อยๆกลางคืนก็ต้องลุกขึ้นเข้าห้องน้ำหลายเที่ยว

2.มีอาการปวดหลัง ปวดเอวบ่อยๆ โดยเฉพาะเวลานั่งนานๆ

3.ปวดเมื่อยตามข้อ และ ร่างกายง่าย เช่น ปวดข้อเข่า ปวดต้นคอ

4.หลอดเลือดตีบตัน หรือ หลอดเลือดแข็งได้ง่าย

หากใครยังทานน้ำเย็น นมเย็น กาแฟเย็น น้ำอัดลม น้ำหวานเย็น ชาเย็น อยู่เป็นประจำ มีอาการปวดหลังแน่ๆ

ก็ต้องดูแลตนเองง่ายๆ ดังนี้

1.ปรับเลือดที่หนืดข้นให้หายข้น ด้วยการเพิ่มน้ำเข้ากระแสเลือด โดยทานน้ำอุ่นให้ได้ 8-10 แก้ว ทุกวัน

2.ทำให้เลือดไหลเวียนสะดวกอย่างต่อเนื่อง ด้วยการออกกำลังเป็นประจำที่สามารถทำได้ หรือ อาจใช้การจัดกระดูก
ช่วยให้เลือดไหลเวียนสม่ำเสมอ

3.ไม่กินอาหารเนื้อสัตว์ ของทอด ของหวานจัด เพราะทำให้เกิดอนุมูลอิสระปริมาณมาก จนทำให้หลอดเลือดแข็ง หรือ ตีบตันได้ง่าย

4.งดการทานน้ำเย็นเด็ดขาด รู้แล้วอย่าเฉยเมยนะ ควรปฎิบัติด้วยและรู้แล้วอย่าเก็บไว้คนเดียวโปรดแบ่งปันให้คนรอบข้างของตัวเรา

ข้อมูลจาก Line

ย่านาง

ใบย่านาง สรรพคุณนั้นมีหลากหลาย เพราะเป็นสมุนไพรเย็น มีคลอโรฟิลล์สดจากธรรมชาติ และยังมีวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายอีกมากมาย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินซี ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เบต้าแคโรทีน ในปริมาณค่อนข้างสูง โดยเป็นสมุนไพรที่ใครหลายๆคนต่างก็คุ้นเคยกันดี เพราะนิยมนำมาเป็นเครื่องปรุงรสช่วยเพิ่มความกลมกล่อมของอาหาร เช่น แกงหน่อไม้ ซุปหน่อไม้ แกงเลียง แกงหวาน เป็นต้น

ย่านาง

สรรพคุณใบย่านาง

  1. ใบย่านาง ในตำราสมุนไพรจัดว่าเป็นยาอายุวัฒนะ
  2. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก จึงช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วและความแก่ชราอย่างได้ผล
  3. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านโรคในร่างกายให้แข็งแรง
  4. ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย
  5. ช่วยฟื้นฟูเซลล์ต่างๆในร่างกาย
  6. ช่วยในการปรับสมดุลของร่างกาย
  7. เป็นสมุนไพรที่ช่วยในการลดความอ้วนได้อย่างเห็นผลและปลอดภัย
  8. ช่วยในการเผาผลาญไขมันและนำไปใช้เป็นพลังงาน
  9. ช่วยป้องกันและลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งชนิดต่างๆ
  10. เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นมะเร็งอย่างมาก
  11. หากดื่มน้ำใบย่านางเป็นประจำ ก้อนมะเร็งจะฝ่อและเล็กลง
  12. ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง
  13. ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ
  14. ช่วยในการบำรุงรักษาตับ และไต
  15. ช่วยรักษาและบำบัดอาการอัมพฤกษ์
  16. ช่วยแก้อาการอ่อนล้า อ่อนเพลียของร่างกาย แม่นอนพักก็ไม่หาย
  17. ช่วยรักษาอาการเกร็ง ชัก หรือเป็นตะคริวบ่อยๆ
  18. ช่วยแก้อาการเจ็บเหมือนมีไฟช็อตหรือมีเข็มแทงหรือมีอาการร้อนเหมือนไฟ
  19. ช่วยป้องกันไม่ให้เส้นเลือดฝอยในร่างกายแตกใต้ผิวหนังได้ง่าย
  20. ช่วยรักษาอาการตกกระที่ผิวเป็นจ้ำๆสีน้ำตาลตามร่างกาย
  21. ช่วยรักษาเนื้องอก
  22. ช่วยรักษาอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม คลื่นไส้ อาเจียนได้
  23. ช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ ไอจาม มีน้ำมูกและเสมหะ
  24. รากแห้งใช้ในการแก้ไข้ทุกชนิด และลดความร้อนในร่างกาย
  25. รากของย่านางสามารถแก้ไข้ได้ทุกชนิด ทั้ง ไข้พิษ ไข้หัด ไข้เหนือ ไข้ผิดสำแดง เป็นต้น
  26. เถาย่านางมีส่วนช่วยในการลดความร้อนและแก้พิษตานซาง
  27. มีส่วนช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อมาลาเรีย
  28. ช่วยรักษาอาการร้อนแต่ไม่มีเหงื่อ
  29. ช่วยรักษาอาการของโรคเบาหวาน ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง
  30. มีส่วนช่วยช่วยอาการปวดตึง ปวดตามกล้ามเนื้อ ปวดชาบริเวณต่างๆ
  31. ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้
  32. รากของย่านางช่วยแก้อาการเบื่อเมา
  33. ช่วยแก้อาการเหงือกอักเสบอย่างรุนแรงและเรื้อรัง
  34. ช่วยแก้อาการง่วงนอนหลังการรับประทานอาหาร
  35. ช่วยแก้อาการเลือดกำเดาไหล
  36. ช่วยในการบำรุงสายตาและรักษาโรคเกี่ยวกับตา เช่น ตาแดง ตาแห้ง ตามัว แสบตา ปวดตา ตาลาย เป็นต้น
  37. ช่วยรักษาอาการปากคอแห้ง ริมฝีปากแตกหรือลอกเป็นขุย
  38. ช่วยแก้ปัญหาเรื่องเสมหะเหนียวข้น ขาวขุ่น มีสีเหลืองหรือเขียว หรืออาการเสมหะพันคอ
  39. ช่วยบำบัดอาการของโรคไซนัสอักเสบ
  40. ช่วยลดอาการนอนกรน
  41. ช่วยแก้อาการเจ็บปลายลิ้น
  42. ช่วยป้องกันและบำบัดรักษาโรคหัวใจ
  43. ช่วยป้องกันและรักษาโรคหอบหืด
  44. ช่วยรักษาโรคตับอักเสบ
  45. ช่วยรักษาอาการท้องเสีย เพราะช่วยฆ่าเชื้อโรคที่เป็นต้นเหตุได้
  46. ช่วยบรรเทาอาการอาการปวดท้องอย่างเฉียบพลัน
  47. ช่วยแก้อาการท้องผูก ลดอาการแสบท้อง
  48. ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร ลำไส้อักเสบ
  49. ช่วยลดอาการหดเกร็งตามลำไส้
  50. ช่วยรักษาอาการกรดไหลย้อน
  51. ช่วยรักษาไทรอยด์เป็นพิษ
  52. ช่วยรักษาโรคนิ่วในไต นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ นิ่วในถุงน้ำดี
  53. ช่วยรักษาอาการปัสสาวะแสบขัด ออกร้อนในทางเดินปัสสาวะ
  54. ช่วยแก้อาการปัสสาวะมีสีเข้ม ปัสสาวะบ่อย หรือมีอาการปัสสาวะออกมาเป็นเลือด
  55. ช่วยรักษาอาการมดลูกโต อาการปวดมดลูก ตกเลือดได้
  56. ช่วยบำบัดรักษาโรคต่อมลูกหมากโต
  57. ช่วยป้องกันโรคไส้เลื่อน
  58. ช่วยในการรักษาโรคเริม งูสวัด
  59. ช่วยป้องกันการเกิดโรคริดสีดวงทวาร
  60. ช่วยรักษาอาการตกขาว
  61. ช่วยป้องกันการเกิดโรคเกาต์
  62. ช่วยแก้พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย
  63. ช่วยรักษาอาการผิวหนังมีความผิดปกติคล้ายรอยไหม้
  64. น้ำย่านางเมื่อนำมาผสมกับดินสอพองหรือปูนเคี้ยวหมากผสมจนเหลว สามารถนำมาทา สิว ฝ้า ตุ่มคัน ตุ่มใส ผื่นคัน พอกฝีหนองได้อีกด้วย
  65. ช่วยป้องกันและรักษาอาการส้นเท้าแตก เจ็บส้นเท้า
  66. ช่วยรักษาอาการเล็บมือเล็บเท้าผุ โดยรักษาอาการเล็บมือเล็บเท้าขวางสั้น ผุ ฉีกง่าย หรือในเล็บมีสีน้ำตาลดำคล้ำ อาการอักเสบที่โคนเล็บ
  67. สำหรับประโยชน์ของใบย่านางด้านอื่นๆ เช่น การนำแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ยกตัวอย่าง ใบย่านางแคปซูล สบู่ใบย่านางแชมพูใบย่านาง เครื่องดื่มสมุนไพร เป็นต้น
  68. แชมพูสระผมจากใบย่านาง ช่วยให้ผมดกำ ชะลอการเกิดผมหงอก

ขอบคุณข้อมูลจาก http://frynn.com

ถั่วเขียวมากด้วยสรรพคุณ

ไม่น่าเชื่อถั่วเขียวจะดีขนาดนี้

10347622_715014468615287_1273729814985798196_n
สรรพคุณของถั่วเขียว 36 ข้อ

1.โพแทสเซียมช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อในร่างกายให้แข็งแรง
2.ถั่วเขียวมีสารต้านเอนไซม์โปรตีเอสในปริมาณสูง ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ในการต่อต้านมะเร็ง
3.ช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันและรักษาไข้หวัด
4.ถั่วเขียวอุดมไปด้วยแมกนีเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ช่วยในการทำงานของระบบเผาผลาญในร่างกาย ช่วยผลิตโปรตีนและการหดตัว ของกล้ามเนื้อ
5.ช่วยลดความดันโลหิต
6.ช่วยทำให้เจริญอาหาร
7.ช่วยลดระดับไขมันและคอเลสเตอรอลช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือด ควบคุมน้ำหนักได้ เพราะถั่วเขียวมีส่วนประกอบของไขมันที่ต่ำมากไม่มีอเลสเตอรอลและยังอุดมไปด้วยโปรตีนกับเส้นใยอาหาร
8.ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ
9.ถั่วเขียวมีฤทธิ์เย็น ออกฤทธิ์ตามเส้นลมปราณของหัวใจและม้าม
10.ถั่วเขียวอุดมไปด้วยธาตุเหล็กซึ่งจำเป็นสำหรับการสร้างเม็ดเลือดแดงในร่างกาย
11.ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและเบาหวานได้
12.ถั่วเขียวอุดมไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัสที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรงและยังช่วยป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุนได้อีกด้วย
13.ช่วยขับร้อนแก้อาการร้อนในและช่วยแก้พิษในฤดูร้อน
14.ถั่วเขียวมีประโยชน์ต่อลำคอและผิวหนัง และยังช่วยแก้อาการกระหายน้ำได้อีกด้วย
15.เมล็ดถั่วเขียวนำมาต้มกับเกลือ ใช้อมเพื่อรักษาโรคเลือดออกตามไรฟันได้
16.ช่วยถอนพิษในร่างกาย
17.ช่วยกระตุ้นประสาท ถั่วเขียวเป็นแหล่งสำคัญของธาตุโบรอน(Boron)ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการส่งกระแสประสาทของสมอง ทำให้ ช่วยสมองทำงานได้ฉับไวมากขึ้น และยังอุดมไปด้วยฟอสฟอสรัส ที่ช่วยบำรุงเซลล์ประสาทและสมอง
18.ช่วยบำรุงสายตา ทำให้ตาสว่าง และรักษาตาอักเสบ (เปลือกสีเขียว)ช่วยแก้อาการตาพร่า ตาอักเสบ ด้วยการรับประทานถั่วเขียวต้มครั้งละ 15-20 กรัมเป็นประจำ
19.ช่วยรักษาคางทูมที่เป็นใหม่ๆ ด้วยการต้มถั่วเขียว70กรัม จนใกล้ สุกแล้วใส่แกนกะหล่ำปลีลงไป/หัวต้มอีก15นาที กินเฉพาะน้ำวันละ2ครั้ง
20.ช่วยแก้อาการอาเจียนจากการดื่มเหล้า ด้วยการดื่มน้ำถั่วเขียวพอประมาณ
21.ช่วยขับของเหลวในร่างกาย
22.ในถั่วเขียวอุดมไปด้วยเส้นใยที่สามารถละลายน้ำได้ดี จึงช่วยในขบวนการทำความสะอาดของร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ
23.ถั่วเขียวอุดมไปด้วยวิตามินบี2 ที่ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอกได้
24.ถั่วเขียวมีเส้นใยอาหารสูงจึงช่วยในการขับถ่ายป้องกันอาการท้องผูกช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และยังส่งผลดีต่อระบบลำไส้โดยรวมอีกด้วย
25.เมล็ดถั่วเขียวนำมาต้มแล้วกินใช้เป็นยาขับปัสสาวะ
26.ช่วยแก้ลำไส้อักเสบ
27.ช่วยบำรุงตับ
28.ช่วยแก้อาการไตอักเสบ
29.ช่วยแก้ผดผื่นคัน
30.ช่วยลดบวม
31.ช่วยรักษาโรคข้อต่างๆ แก้ขัดข้อ
32.ช่วยรักษาฝี ด้วยการใช้ถั่วเขียวดิบหรือต้มสุก นำมาใช้ตำแล้วพอกเป็นยารักษาภายนอก ช่วยในการบ่มหนองให้ ฝีสุกและยังใช้รักษาอาการอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น แก้ท้องร่วง การคลอดบุตรยาก และโรคท้องมาน
33.นำมาใช้ตำพอกแผล
34.ช่วยแก้พิษจากพืช พิษจากสารหนู และพิษอื่นๆ
35.ถั่วเขียวอุดมไปด้วยวิตามินบี1 ที่ช่วยในการป้องกันโรคเหน็บชาได้เป็นอย่างดี
36.ถั่วเขียวอุดมไปด้วยโฟเลทสูง ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากสำหรับหญิงตั้งครรภ์เพราะช่วยป้องกันการพิการแต่กำเนิดของทารกได้…..

ดีอย่างนี้คุณจะกินต้มถั่วเขียวไหม
ขอบคุณข้อมูล Line