การปลูกป่านิเวศอย่างยั่งยืน

แหล่งเรียนรู้ปลูกป่านิเวศอย่างยั่งยืนแบบมิยาวากิ เป็นโครงการปลูกป่าลดคาร์บอน เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้นักเรียนและชุมชนที่สนใจการปลูกป่าตามแนวคิด “การปลูกป่านิเวศอย่างยั่งยืน” ของ ศ.ดร. อาคิระ มิยาวากิ ศาสตราจารย์เกียรติคุณมหาวิทยาลัยแห่งชาติโยโกฮาม่า และผู้อำนวยการสถาบันการเรียนรู้ด้านนิเวศวิทยานานาชาติประจำประเทศญี่ปุ่น มาฝาก

ซึ่งทางศาสตราจารย์อาคิระ มิยาวากิ ได้มีการประยุกต์ใช้กับโครงการปลูกป่า ซึ่งประสบความสำเร็จไปแล้วมากกว่า 1,500 แห่งทั่วโลก โดยมุ่งเน้นที่
การใช้พันธุ์ไม้พื้นเมืองของแต่ละพื้นที่ เพื่อเป็นการคืนธรรมชาติให้กับท้องถิ่น และง่ายต่อการดูแลรักษา
การเตรียม การปรับพื้นที่หน้าดินให้เหมาะสม โดยสร้างเนินดินเป็นแนวปลูก (Mound) เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวดินช่วยในการระบายน้ำและอากาศ และอุดมด้วยแร่ธาตุ
การจัดความหนาแน่นในการปลูกที่ 3-4 ต้น ต่อตารางเมตร ด้วยการปลูกแบบสุ่มไม่เป็นแนวตรงเนื่องจากความต้องการแสงแดดจะเป็นการกระตุ้นการเจริญเติบโตของต้นไม้ในด้านความสูงในระยะ 3 ปีแรก และทำให้มีการคัดเลือกตามธรรมชาติ เพื่อความอยู่รอด

หลักการ
หลักการ
1) พันธุ์ไม้พื้นเมืองที่เกิดตามธรรมชาติ ในบริเวณที่จะทำการปลูก (Original and local native species)
2) การคัดเลือกโดยธรรมชาติตามทฤษฎีของ ชาล ดาร์วิน (The stronger must be survive)
3) ปลูกแบบไม่เป็นแถวเป็นแนวตารางเมตรละ 4 – 5 ต้น เพื่อแข่งกันโต
4) การใช้ฟางข้าวคลุมดินเพื่อรักษาความชื้นให้ต้นไม้
5) การทำเนินดินเพื่อให้เกิดการระบายน้ำที่ดี และเพิ่มพื้นที่หน้าดิน
6) การขุดหลุมเพื่อผสมอินทรีย์วัตถุที่เป็นอาหารของต้นไม้ ที่ใช้สำหรับเป็นการอนุบาลต้นไม้ในระยะเวลา 1-3 ปี

ในระยะเวลา 1 ปี ต้นไม้จะโต 2 – 3 เมตร เช่น ประดู่ มะกล่ำ ปิ้ป กระโดน ส่วนไม้โตช้าเช่น ยางนา ตะเคียน จะสูงราว 1 – 2.5 เมตร
วิธีการ
ปกติใช้เวลาฟื้นฟูป่าฝนเขตร้อนชื้น 300-500 ปี แต่การปลูกป่าเชิงนิเวศน์แบบ มิยาวากิ จะฟื้นฟูป่าได้ภายใน 20-30 ปี

วิธีปลูก
1. เลือกกล้าไม้ พันธ์ไม้ ในท้องถิ่น เพื่อให้ทนต่อสภาพภูมิอากาศ โดยไม่ต้องดูแลมาก
2. เพาะต้นจากเมล็ด จนได้กล้าไม้ ที่มีรากแข็งแรง มีความสูงประมาณ 80-100 cm
3. จุมกล้าให้ชื้นก่อนปลูก ช่วยให้ร่นระยะเวลาในการรดไม้ ~ 1 เดือน
4. ขุดหลุม เทน้ำที่ก้นหลุม ใส่ปุ๋ยรองก้นหลุม ก่อนจะวางกล้าไม้ลงในหลุม
5. เติมดินลงในหลุมเป็นชั้นๆ สลับการรดน้ำในแต่ละชั้นดินที่กลบลงไป
6. คลุมด้วยฟางหญ้าที่โคนต้น ป้องกันการสูญเสียน้ำ
7. ปลูกแบบ สุ่ม กระจาย เพื่อให้ได้รับแสงแดดทั่วถึง

1ลดคาร์บอน 2ป่ามิยาวากิ 3ป่านิเวศอย่างยั่งยืน 4ป่านิเวศอย่างยั่งยืน 5แกลบ 6ปลูกป่านิเวศอย่างยั่งยืน 7ปลูกป่ามิยาวากิ

ปุ๋ยใบไม้แบบกอง

กิจกรรมเพื่อนกันวันละเข่งคือการเก็บเศษใบไม้ในบริเวณโรงเรียนในตอนเย็นหลังเลิกเรียนมากองรวมกันจนได้ปริมาณที่ต้องการ เพื่อทำปุ๋ยหมักแบบกอง โดยใช้เศษใบไม้หรือเศษวัชพืชมาวางเป็นชั้นหนาประมาณ 10 ชม.เป็นกองกว้างประมาณ 2.5 เมตร แต่ละชั้นของใบไม้จะใช้มูลสัตว์ วางทับในอัตราส่วน 1 : 3 หรือหากเป็นวางข้าวอาจจะใช้อัตราส่วน 1 : 4 เพราะฟางข้าวย่อยสลายได้ง่ายกว่าใบไม้ หรือมีผักตบชวาก็สามารถนำมาทำได้ โดยแต่ละชั้นจะรดน้ำให้ชุ่มแล้ววางทับกันไปเรื่อยๆสูงประมาณ 1.5 เมตร แล้วรดน้ำทุกวัน เมื่อครบกำหนด 10 วันก็เจาะกองปุ๋ยสอดสายยางลงไปรดน้ำด้านในกองเพื่อให้ย่อยสลายได้เร็วขึ้น จนครบ 60 วันก็จะได้ปุ๋ยเศษใบไม้ออกมาใช้กับต้นไม้ ปรับปรุงดินของเราอย่างง่าย ทำให้ลดการเผาใบไม้ซังข้าวที่เป็นสาเหตุของการปล่อยคาร์บอนไดอ๊อกไซค์สู่ชั้นบรรยากาศทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน อีกทั้งเป็นการประหยัดเงินค่าปุ๋ยเคมี และทำให้บริเวณโรงเรียนสะอาด ได้อีกด้วย

1ปุ๋ยใบไม้

เพื่อนกันวันละเข่ง

2ปุ่ย

กองไว้ก่อนแล้วค่อยมาทำเป็นปุ๋ย

3ปุ๋ย

แต่ละวันต้องเก็บให้เต็มเข่ง

4ปุ๋ย

เพื่อนกันวันละเข่ง

Solar School

การประยุกต์โซล่าเซลล์ใช้งานอย่างง่าย คือใช้แผ่น 285 W. 36 V. มาใช้สูบน้ำด้วยไดโว่ 24 V. โดยไม่ต้องผ่านแบตเตอรี่ เมื่อมีแสงแดดไดโว่าก็จะทำงานทันที ทำให้ประหยัดค่าแบตเตอรี่ไปได้ และยังสามารถเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ต่างๆด้วยรถเข็ญไฟ ส่วนการปรับมุมรับแสงก็หันรถเข็ญไปตามตะวันหรืจะตั้งตรง วางเอียงได้หมดเป็นการนำสิ่งของง่ายๆมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
หากจะนำมาใช้สอยประโยชน์อย่างอื่นจากรถเข็นก็สามารถเพิ่มแบตเตอรี่ 12 V.มาอนุกรมกันให้ได้ 24 V. เพื่อรองรับการชาร์จประจุไฟฟ้าไว้แล้วนำไปใช้อย่างอื่นเช่น แสงสว่าง พัดลม หรือแปลงเป็นไฟกระแสสลับเพื่อใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปได้

1รถเข็น

รถเข็นพลังงานแสงอาทิตย์

2แบต

แบตเตอรี่รถยนต์ 120 A/H3โซล่าเซลล์

4ไดโว่

ไดโว่ DC 24 V.5ชมรม

ผังวงจร6วงจร

7สูบน้ำ

การนำไปใช้8สูบน้ำ